Search

กำลังโหลด...

Detail Energy & Power Technology

facebook.com

เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการติดต่อ สื่อสารกับทางทีมงาน
ระหว่าง แลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ ด้านไฟฟ้าหรือเกี่ยวข้องครับ
แวะไป พูดคุย ได้ครับ

FACEBOOK.COM/pages/Chinaree-engineering

ปล.สำหรับ บทความ และคำถามที่ส่งมา ผมจะทยอยตอบให้มากที่สุดครับ
ระยะเวลาดังกล่าว ออกไปติดตั้งงาน Turbine ตอนนี้ระบบเสร็จเกือบหมดแล้ว
จึงมีเวลามาอัพเดตข้อมูลครับ

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

อุปกรณ์ Spare part กับการใช้งานเครื่องต้นกำลัง (Diesel engine)

เครื่องยนต์ต้นกำลังที่ใช้ในการผลิตกำลังไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล, เบนซิล, หรือ ก๊าซ LPG, NGV ต่างมีอายุการใช้งานที่ต้องบำรุงรักษาตามสภาพเครื่องยนต์ เพื่อรักษาสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ให้ใช้งานได้ดีดังเดิม
รูปที่ 1 เครื่องยนต์ต้นกำลังแบบใช้ดีเซล พร้อม Alternator 20 KW single phase (220 VAC,50 Hz)
ดังนั้น การบำรุงรักษาเครื่่องยนต์ต้นกำลัง ต้องปฏิบัติตามคู่มือหรือตามหลักวิศวกรรม แต่สืบเนื่องจากสาเหตุหลากหลาย เช่น

  • อะไหล่ไม่ได้ผลิตแล้ว
  • ราคาอะไหล่แพงเกิน
  • อะไหล่อยู่ต่างประเทศ ต้องเสียเวลาและค่าขนส่ง

จึงต้องมีการดัดแปลง, modify อะไหล่ให้สามารถใช้งานได้ ในเมืองไทยสามารถผลิต หรือสั่งทำอะไหล่บางตัวให้สามารถใช้งานได้แล้ว และการใช้งานก็ออกมาดีด้วย


เข้าเรื่องนะครับ (ร่ายซะยาว) ถ้าถามถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการซ่อมบำรุงเครื่่องยนต์ต้นกำลัง จะทำช่วงไหนดี ? เราก็พิจารณาตามระยะเวลาการใช้งานของเครื่องยนต์ (เครื่องยนต์จะมีสัญญาณออกมา เพื่อวัดระยะเวลาการใช้งานของเครื่องยนต์ หรือ hour meter


มาดูตัวอย่างการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ต้นกำลัง (Preventive Maintenance)
video
จาก VDO ที่ 1 เป็นการทดสอบเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก่อน preventive maintenance เพื่อทดสอบและตรวจวัดค่า parameter ก่อนดำเนินการซ่อม
และจาก VDO เราจะเห็นถึงอุปกรณ์ spare part ที่จะต้องเปลี่ยนใหม่ ดังนี้
  • ไส้กรองอากาศ
  • ไส้กรองน้ำมันเครื่่อง
  • น้ำมันเครื่อง
  • ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
  • และน้ำยาหม้อน้ำ

รูปที่ 3 ไส้กรองน้ำมันเครื่องที่ถูกถอดออก พร้อมอะไหล่ตัวใหม่
........................................
สอบถามเรื่องอะไหล่ spare part เครื่องยนต์ทุกชนิดได้ครับ
narongpongc@gmail.com



Governors for Diesel Generator Sets

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นที่ต้องการของผู้ใช้งานขณะนี้ ควรจะมีลักษณะความเร็วรอบ (RPM) ดังนี้

  • ความเร็วรอบไม่เปลี่ยนแปลง จากไม่มีโหลดจนถึงมีโหลดเต็มที่ (Isochronous)
  • เมื่อโหลดเปลี่ยนแปลง จะต้องกลับเข้าที่เดิมอย่างรวดเร็ว โดยที่ใช้เวลาน้อยที่สุด
  • สามารถปรับ speed droop ได้เพื่อให้แบ่งโหลดเมื่อเดินขนานกันได้ดี
ชนิดของ Governor
  1. แมคานิก (Mechanical governors)
  2. แมคานิกผสมไฮดรอลิก (Hydraulic Mechanical Governor)
  3. แบบไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ (electric) มี 2 แบบ สำหรับเดินเครื่องและขนาน ต้องใช้งานคู่กับ actuator ซึ่งเป็นตัวรับสัญญาณไฟฟ้าไปควบคุมความเร็วของเครื่องยนต์
ในบทความนี้ พิจารณาเฉพาะแบบไฟฟ้านะครับ

รูปที่ 1 Governor แบบไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล
ซึงมีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน คือ
  1. สัญญาณ (magnetic pick up) ทำหน้าที่่นับรอบของเครื่องยนต์โดยกำเนิดคลื่นความถี่ไฟฟ้าต่อวินาที
  2. ควบคุมความเร็ว (speed control) มีสองแบบคือ สำหรับเดินเครื่องเดียวและเดินขนานกับเครื่องอื่น โดยทำงานด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อรับสัญญาณจาก magnetic pick up เข้ามาจะคอยควบคุมและส่งสัญญาณไฟฟ้าออกไปให้เกิดสนามแม่เหล็กในขดลวดภายใน actuator ให้วาล์วทำหน้าที่ปิด-เปิดน้ำมัน และผลต่อการเพิ่ม-ลดน้ำมันเชื้อเพลิง
  3. เครื่องรับ (actuator) ทำหน้าที่เพิ่่ม-ลดน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งของเครื่องควบคุมความเร็ว โดยมีขดลวดทำให้เกิดการกระตุ้นด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ด้านเครื่องกลเพิ่ม-ลดน้ำมันเชื้อเพลิง
..............................................
มีปัญหาด้าน governor ปรึกษาได้ครับ ฟรี
narongpongc@gmail.com





วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (GENERATOR)

เครื่่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับอาคารสูง, อาคารประเภทโรงแรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาล
ดังนั้นเป็นเรื่องที่ควรศึกษาและทำความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง
รูปที่ 1 Generator
ถึงแม้ว่า ประเทศไทยในปัจจุบันจะมีการผลิต, การส่งจ่าย และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพสูงกว่าแต่ก่อนมา โดยประชาชนสามารถใช้กระแสไฟฟ้าตลอดทั้งวัน เกือบทุกแห่งในประเทศ ทั้งนี้เพราะองค์การของรัฐ คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้มากเพียงพอ และการไฟฟ้านครหลวงกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็มีการขยายข่ายสายส่งกระแสไฟฟ้าออกไปอย่างทั่วถึงมากขึ้น แต่กระนั้นก็ตาม การส่งกระแสไฟฟ้าของรัฐดังกล่าว ก็อาจเกิดการขัดข้องขึ้นบ้างเป็นบ้างครั้งอันเนื่องมาจาก

  1. เกิดความบกพร่องของอุปกรณ์ในระบบ หรือมีอุบัติเหตุ
  2. มีการตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อแก้ไข ปรับปรุงสายส่งให้ดีขึ้น หรือมีการต่อเชื่อมสายส่ง
  3. เนื่องจากภัยธรรมชาติ เช่น เกิดพายุฝนฟ้าคะนองทำให้ต้นไม้ในละแวกใกล้เคียงกับสายส่ง พาดสายส่ง ทำให้กระแสไฟฟ้าวัดวงจร หรือเกิดฟ้าผ่าลงบนสายส่งไฟฟ้าแรงสูง

การเกิดขัดข้องของกระแสไฟฟ้านี้ แม้จะไม่มีผลกระทบต่อบ้านเรือน พักอาศัย แต่สำหรับอาคารสถานที่ประกอบธุรกิจ, อาคารสูงๆ จะมีผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะอาคารปัจจุบันมักจะมีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาในอาคารได้น้อยมาก เมื่อไฟดับก็เกิดความมืดในตัวอาคารนอกจากนั้นลิฟท์ประจำอาคาร ก็หยุด ซึ่งบุคคลในอาคารนั้นอาจเกิดความวุ่นวาย ปั่นป่วนขึ้นและการประกอบธุรกิจจะหยุดชะงัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในขบวนการผลิต ดังนั้นการที่กระแสไฟฟ้าขัดข้องแม้เพียงชั่วขณะ ก็เป็นเหตุให้โรงงานเหล่านั้นสูญเสียผลผลิตไปอย่างมาก การมีกำลังไฟฟ้าสำรองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และสำคัญต่อผู้ใช้งาน
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้สำหรับผลิตกำลังไฟฟ้า โดยทั่่วไปจะเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนใหญ่ๆ 2 ส่วน คือ
1.Alternator หรือ A.C.generator มีการผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาโดยหลักการเหนี่ยวนำของแม่เหล็ก ซึ่งมีส่วนประกอบดังรูป
รูปที่ 2 stator
รูปที่ 3 Main rotor & Exciter
(a)Exciter ประกอบด้วย
-exciter field coil ซึ่งเป็นลวดที่ทำให้เกิดแม่เหล็กไฟฟ้าเหนี่ยวนำ เป็นส่วนที่อยู่กับที่
-exciter armature เป็นชุดที่ประกอบด้วยขดลวดที่จะถูกทำให้เกิดกระแสเหนี่ยวนำขึ้น โดยเป็นส่วนที่ติดกับเพลา และหมุนไปพร้อมกับเพลา และกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส
(b)Rotating rectifier ชุดนี้จะอยู่กับเพลา มีหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับที่เกิดจาก exciter armature ให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง
(c)Main generator คือ ส่วนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าออกไปเพื่อใช้งาน ซึ่งประกอบไปด้วย
-rotating field coil เป็นขดลวดที่พันรอบแกนเหล็กที่ติดกับเพลา เพื่อทำให้มีสนามแม่เหล็ก โดยมีไฟฟ้ากระตรงที่ได้จาก rotating rectifier
-stator coil เป็นขดลวดที่ถูกทำให้เกิดไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้น และจ่ายกระแสไฟฟ้าออกไปใช้งาน
(d)Voltage control unit หรือ voltage regulator เป็นชุดควบคุมแรงดันไฟฟ้าออกให้คงที่

2.Engine หรือเครื่องต้นกำลัง เป็นส่วนที่ผลิตพลังงานกลขึ้นมาหมุนเพลาของ alternator ในที่นี้พิจารณาเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลแบบใช้ลูกสูบ
รูปที่ 3 เครื่องยนต์ต้นกำลัง
เครื่องยนต์ดีเซลดังกล่าว ที่ใช้กันในปัจจุบันมีลักษณะการทำงานของลูกสูบ 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (two-stroke) และเครื่องยนต์ 4 จังหวะ (four-stroke) การควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องต้นกำลังในการผลิตไฟฟ้าที่สำคัญคือ การควบคุมความเร็วรอบของเครื่องยนต์ อุปกรณ์ควบคุมนี้เรียกว่า governor 

จากที่ได้กล่าวเป็นข้อมูล และหลักการเบื้องต้นในการพิจารณาถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นต้นกำลัง
..............................................
มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าปรึกษาได้ครับ ฟรี
narongpongc@gmail.com




วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

Transmission Line : Steady-State Operation

เป็น power point ที่ใช้นำเสนอในวิชา power system
เลยนำข้อมูลมาลงสำหรับผู้สนใจ และนักศึกษา ครับ























คำนิยามของ พลังงานหมุนเวียน และ พลังงานทดแทน

พิจารณาถึงความหมายระหว่าง พลังงานหมุนเวียน และ พลังงานทดแทน
คำนิยามที่ให้ไว้โดย EIA (U.S. Energy Information Administration) 
"พลังงานหมุนเวียน" หมายถึง พลังงานที่ได้มาจากกระแสพลังงานที่ต่อเนื่องและเกิดซ้ำๆ ในสิ่งแวดล้อม แหล่งของพลังงานหมุนเวียน คือ แหล่งพลังงานที่เกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องไม่หมดไป อาทิ ชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากอุณหภูมิของน้ำทะเล หรือแม้แต่พลังงานคลื่น และพลังงานจากน้ำขึ้น-น้ำลง เป็นต้
"พลังงานทดแทน" หมายถึง พลังงานที่นำมาใช้แทนน้ำมันเชื้้อเพลิง และแหล่งของพลังงานทดแทนมาจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไป อาจเรียกว่า พลังงานสิ้นเปลือง ได้แก่ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ นิวเคลียร์ หินน้ำมัน และทรายน้ำมัน เป็นต้น


นอกเหนือจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ พลังงานทดแทนอีกอย่างที่เป็นที่สนใจ คือ เชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวล ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต หรือผลผลิตทางการเกษตรอันได้แก่ น้ำมันปาล์ม น้ำตาล แป้งข้าวโพด เชื้อเพลิงชีวภาพที่รู้จักดี คือ ไบโอดีเซล ซึ่งได้มาจากน้ำมันปาล์ม แก๊สโซฮอล์ ซึ่งได้มาจากเอทานอล (มาจากน้ำตาล และแป้งข้าวโพด) ดูแล้วทางเลือกนี้น่าจะเป็นพลังงานทดแทนที่น่าสนใจ พลังงานชีวภาพที่สามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ คือ เชื้อเพลิงชีวภาพที่ได้มาจากของเสียทางการเกษตร และขยะชีวภาพ หากแต่ปริมาณที่สามารถผลิตได้มีจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ และในประเทศไทย เชื้อเพลิงดังกล่าวส่วนใหญ่แล้ว มาจากผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งต้องไม่ลืมว่า อาหารเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ไม่ใช่พลังงาน ปัจจัยหลักนี้ทำให้เชื้อเพลิงชีวภาพไม่ใช่ทางเลือกที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถาวรเพราะปัญหาจากปรากฏการณ์โลกร้อนที่เรากำลังประสบอยู่ ส่งผลให้ที่ดินที่นำมาใช้ทางการเกษตรลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากจะเดินหน้าใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อทดแทน Fossil Fuel ไม่ช้าก็เร็วปัญหาก็จะตามมา คือ ราคาอาหารที่สูงขึ้นเพราะพื้นที่ทำมาหากินลดลงและยังต้องแบ่งปันไปสำหรับผลิตพลังงานทดแทนอีกด้วย จึงเป็นที่แน่ชัดได้ว่าเชื้อเพลิงชีวภาพไม่ใช่ทางออกในระยะยาว หากแต่เป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้


จากที่กล่าวมาทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนได้ดียิ่งขึ้น พึงเข้าใจไว้ว่าพลังงานหมุนเวียนต้องเป็นพลังงานที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องไม่มีหมด และเป็นพลังงานที่สะอาดไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่พลังงานทดแทนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นพลังงานที่สะอาดและมุ่งเน้นในเชิงเศรษฐกิจมากกว่าสิ่งแวดล้อม
..............................................

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

ปรากฏการณ์โลกร้อนกับข้อเท็จจริงที่ทุกคนอาจยังไม่รู้

ปรากฏการณ์โลกร้อน
กับข้อเท็จจริงที่ทุกคนอาจยังไม่รู้
นักวิทยาศาสตร์ขนานนามความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกนี้ว่า "ปรากฏการณ์โลกร้อน (Global Warming)" ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง Fossil Fuel (เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ อันได้แก่ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน) ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปสะสมที่ชั้นบรรยากาศ จนกระทั่งกลายเป็นชั้นของก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซด์บางๆ ห่อหุ้มโลกไว้ ชั้นก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซด์นี้จะไม่ยอมให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์เข้ามาสู่โลกได้ แต่จะไม่ยอมให้ความร้อนออกไป นำไปสูปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect ภาวะที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากมลพิษทางสิ่งแวดล้อม) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีกลุ่มไม่เห็นด้วย อ้างว่าปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามวงจรทางธรรมชาติเท่านั้น เพราะในอดีต(และขอย้ำว่าในอดีต) มีปรากฏหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ว่าโลกเราเคยผ่านปรากฏการณ์โลกร้อนเช่นนี้มาก่อนเมื่อประมาณหนึ่งร้อยล้านปีที่แล้ว ก่อนที่เราจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นปีที่แล้ว และกลุ่มผู้ปฏิเสธทฤษฎีปรากฏการณ์เรือนกระจกต่างก็อ้างว่าโลกของเรากำลังจะเข้าสู่ปรากฏการณ์โลกร้อน ตามวงจรของธรรมชาติอีกครั้ง และความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศทั้งหมดที่เกิดขึ้นมิได้มีสาเหตุมาจากผลพวงของพฤติกรรมมนุษย์แต่อย่างใด แต่เราเพิ่งจะออกจากยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นสองพันปีที่ผ่านมา ในขณะที่ช่วงเวลาระหว่างยุคน้ำแข็งกับปรากฏการณ์โลกร้อนครั้งที่แล้วใช้เวลานับล้านปี ท่านคิดว่าข้อโต้แย้งดังกล่าวสมเหตุสมผลหรือไม่ ?
จากข้อเท็จจริงที่ควรรู้ ผลสืบเนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณที่มากเป็นประวัติการณ์ นำไปสู่ปรากฏการณ์เรือนกระจกที่สูงที่สุดเท่าที่เคยวัดมา ปรากฏการณ์โลกร้อนจึงเป็นมหันตภัยที่คุกคามอนาคตของเราทุกคน และผลที่ตามมานำไปสู่การสู่การละลายและสลายตัวลงในอัตราที่รวดเร็วเช่นกัน ความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศที่โลกกำลังประสบอยู่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นไปสู่ภัยธรรมชาติที่จะรุนแรงยิ่งขึ้น และผิดแผกไปจากเดิม อย่างปรากฏการณ์เอลลิโน ลานิญญา ดังนั้นเมื่อโลกเราต้องเผชิญภาวะน้ำมันหมดโลกและด้วยอัตราการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกที่รวดเร็วเช่นนี้จะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึงเจ็ดเมตร ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้กรุงเทพฯ ต้องจมอยู่ใต้น้ำ
............................................

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ทางเลือกโรงไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้า

โอกาส-อุปสรรคพลังงานทางเลือกแต่ละชนิด
พลังงานทางเลือกที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยมีหลายชนิด มาติดตามกันว่าพลังงานแต่ละชนิดมีความเหมาะสมและมีศักยภาพที่จะนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยมากน้อยเพียงใด
พลังงานแสงอาทิตย์

เป็นพลังงานที่ได้จากธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หากมีการส่งเสริมให้เกิดการผลิต การใช้และเทคโนโลยีของตนเอง พลังงานจากแสงอาทิตย์จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน มีโอกาสพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว สามารถเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่กระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ได้ เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์สูง โดยบริเวณที่ได้รับรังสีดวงอาทิตย์สูงสุดเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี และจังหวัดอุดรธานี และบางส่วนของภาคกลาง อย่างจังหวัดสุพรรณบุรี ชัยนาท อยุธยา และจังหวัดลพบุรี
อย่างไรก็ตาม การผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ในปัจจุบันยังมีอุปสรรคอยู่ที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าทั่วไปประมาณ 200-300 % จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาและส่งเสริมให้มีต้นทุนที่ถูกลงอย่างเป็นระบบต่อไป


พลังงานลม
ประเทศไทยอยู่ใกล้เขตเส้นศูนย์สูตร ความเร็วลมเฉลี่ยจึงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ภูมิประเทศไทยมีลมแรงเหมือนประเทศในโซนเหนือ แต่เนื่องจากลมเป็นแหล่งพลังงานธรรมชาติที่น่าสนใจตรงที่ไม่มีต้นทุนด้านพลังงาน/เชื้อเพลิง ซึ่งแหล่งพลังงานลมที่มีศักยภาพของประเทศไทยอยู่ที่ริมชายฝั่งทะเลภาคใต้ บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดปัตตานี และพื้นที่บนภูเขาสูงในภาคอีสาน และอีกส่วนหนึ่งอยู่บริเวณเทือกเขาด้านทิศตะวันตก ตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนจดภาคเหนือตอนล่างในเขตจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก เป็นต้น
ทั้งนี้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมยังมีอุปสรรคหลายด้าน ทั้งจากพื้นที่ที่มีศักยภาพลมสูงเข้าถึงได้ยาก และพลังงานลมในประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ-ปานกลาง และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมยังสูงกว่าการผลิตพลังงานทั่วไปประมาณ 50-100% แต่หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม พลังงานลมจะเป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจ


พลังงานน้ำ
ประเทศไทยมีแหล่งพลังงานน้ำที่มีศักยภาพจะพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน พลังน้ำขนาดเล็ก และพลังน้ำขนาดเล็กมาก แต่แหล่งที่มีศักยภาพส่วนใหญ่มักมีขนาดกำลังการผลิตได้น้อย และพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพจะตั้งอยู่ในเขตอุทยาน เขตชลประทาน การพัฒนาจึงอาจมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หวงห้าม และการเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษาทำได้ยากลำบาก จึงมีข้อจำกัดในการดูแลรักษา แต่เนื่องจากไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่ได้รับการพัฒนามาระยะหนึ่งแล้ว จึงทำให้มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าพลังงานธรรมชาติประเภทอื่นๆ หากได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พลังงานน้ำจะช่วยส่งเสริมไฟฟ้าในระบบปกติได้เป็นอย่างดี


พลังงานชีวภาพ
ประเทศไทยจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านก๊าซชีวภาพ เนื่องจากมีอุตสาหกรรมเกษตรจำนวนมากซึ่งแหล่งวัตุดิบสำหรับผลิตก๊าซชีวภาพที่มีศักยภาพของไทยมาจากน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูป โดยน้ำเสียจากอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังจะถูกนำมาผลิตเป็นก๊าซชีวมวลสูงสุด รองลงมาได้แก่ อุคสาหกรรมสุราและเบียร์ อาหาร และเอทานอล ตามลำดับ มีศักยภาพรวมทั้งสิ้น 943.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีการผลิตเป็นก๊าซชีวภาพแล้ว 356.9 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และจากฟาร์มปศุสัตว์ต่างๆ มีศักยภาพรวม 1,260.4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีการผลิตเป็นก๊าซชีวภาพแล้ว 173.8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
และนอกเหนือจากอุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและฟาร์มปศุสัตว์แล้ว ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่นำมาผลิตก๊าซชีวภาพได้ อาทิ กากมันจากโรงงานแป้งมันสำปะหลัง หญ้าแห้ง ทะลายปาล์ม เส้นใยกะลาปาร์ม กากปาล์ม ยอดอ้อย และใบอ้อย
     ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากกระบวนการต่างๆ ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น อันเนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นลำดับ มีทั้งนำมาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า ความร้อน และใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ อย่างไรก็ตาม การผลิตพลังงานจากก๊าซชีวภาพ จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศโดยเฉพาะเทคโนโลยีการใช้ก๊าซชีวภาพ และอุปกรณ์ประกอบ หากไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตของตนเองได้ และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน ก๊าซชีวภาพจะเป็นหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทยได้


ชีวมวล
ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทดแทนจากชีวมวลจากซากผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมากที่สามารถนำไปเผาไหม้เพื่อนำพลังงานความร้อนที่ได้ไปใช้ในกระบวนการผลิต หรือนำไปผลิตไฟฟ้าทดแทนพลังงานจากฟอสซิลได้ อาทิ การนำชานอ้อยจากโรงงานน้ำตาลมาเผาให้ความร้อน เพื่อผลิตไอน้ำและนำไปผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งไฟฟ้าส่วนที่เหลือยังสามารถส่งเข้าระบบสายส่งไฟฟ้าได้หรือโรงไฟฟ้าบางแห่งก็ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้แก่การไฟฟ้า พลังงานทดแทนจากชีวมวลจึงเป็นความหวังพลังงานที่ยั่งยืนของคนไทยให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ เพราะเป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลในปัจจุบัน อาจมีปัญหาปริมาณชีวมวลไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ทำให้ราคาชีวมวลสูงขึ้น นอกจากนั้นยังมีปัญหาในการเก็บรวบรวมชีวมวล ซึ่งหากระยะทางไกลก็จะมีค่าขนส่งที่แพงตามมา ปัญหาการควบคุมคุณภาพ ปัญหาการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงการขาดความรู้ความเข้าใจทางด้านพลังงานทดแทนของชาวบ้านที่อาจทำให้เกิดการต่อต้าน ดังนั้น หากรัฐให้การสนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสมและสร้างตวามรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โรงไฟฟ้าชีวมวลจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานให้แก่คนในชุมชนได้
........................................... 

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

การแปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (Inverter)

การแปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ Inverter

บทนำ
ระบบการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
รูปที่ 1 หลักการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
เห็นได้ว่าก่อนที่ผู้ใช้งานจะนำพลังงานจากแสงอาทิตย์ไปใช้ จำเป็นต้องแปลงไฟฟ้าเสียก่อน โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้ากระแสตรง ดังนั้นเมื่อใช้งานจำเป็นต้องแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นกระแสสลับ จึงต้องมาพิจารณา อินเวอร์เตอร์การแปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ นิยมเรียกกันว่าอินเวอร์เตอร์ (Inverters) ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลหรือควบคุมระดับแรงดันไฟฟ้า และความถี่ของไฟฟ้ากระแสสลับได้ อินเวอร์เตอร์ได้นำไปใช้ประโยชน์ต่างๆได้ เช่น
1. แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับสำรอง เมื่อแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับหลักเกิดขัดข้องขึ้น ที่เรียกกันว่า Stand-by Power supplies หรือ Uninteruptible Power Supplies โดยเรียกย่อๆ ว่า UPS ใช้เป็นระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เมื่อแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับหลักเกิดขัดข้อง Transfer Switch ซึ่งทำงานด้วยความเร็วถึง 1/1000 วินาที จะต่ออุปกรณ์เข้ากับอินเวอร์เตอร์จ่ายไฟ
กระแสสลับให้แทน โดยแปลงจากแบตเตอรี่ซึ่งประจุไว้ ขณะที่มีแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับหลัก
2. ใช้ควบคุมความเร็วของมอเตอร์กระแสสลับ โดยการเปลี่ยนความถี่ เมื่อความถี่ของไฟฟ้ากระแสสลับเปลี่ยนแปลง ความเร็วของมอเตอร์จะเปลี่ยนแปลงตามสมการ N=120f/N โดยที่ N = ความเร็วรอบต่อนาที,f = ความถี่ของแหล่งจ่ายไฟฟ้าต่อวินาที และ P = จำนวนขั้วของมอเตอร์ ในการควบคุมนี้ถ้าต้องการแรงบิดคงที่ จะต้องรักษาให้อัตราส่วนของแรงดันต่อความถี่ที่จ่ายเข้ามอเตอร์คงที่ด้วย
3. ใช้แปลงไฟฟ้าจากระบบส่งกำลังไฟฟ้าแรงสูงชนิดกระแสตรง ให้เป็นชนิดกระแสสลับ เพื่อจ่ายให้กับผู้ใช้
4. ใช้ในเตาถลุงเหล็กที่ใช้ความถี่สูง ซึ่งใช้หลักการเหนี่ยวนำด้วยสนามแม่เหล็กทำให้ร้อน ( Induction Heating )

การแปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ
ความแตกต่างระหว่างสวิตซ์ทางกลและไทริสเตอร์สวิตซ์
รูปที่ 2
ในรูป 2 ถ้าให้สวิตซ์ (S1, S'2) และ (S2, S'1) ทำหน้าที่ปิดและเปิดสลับกันไป จะได้รูปคลื่นของเอาต์พุทโวลเตจ e0 และ กระแสโหลด i0 ดังรูปที่ 5.1ข ดังนั้นวงจรในรูป 2 จึงจัดเป็นสแควร์เวฟอินเวอร์เตอร์ชนิดหนึ่ง
ในทางปฏิบัติสำหรับวงจรอินเวอร์เตอร์นั้นจะใช้ไทริสเตอร์สวิตซ์แทนสวิตซ์ทางกล ไทริสเตอร์สวิตซ์จะมีข้อแตกต่างกับสวิตซ์ทางกลดังนี้
1. กระแสจะไหลเพียงทิศทางเดียวเท่านั้น
2. ไม่สามารถจะหยุดการนำกระแสได้ด้วยตัวเอง
3. ถ้าต้องการให้ไทริสเตอร์หยุดนำกระแสนั้น จะต้องมีรีเวอร์สโวลเตจคร่อมไทริสเตอร์ช่วงเวลาขณะหนึ่ง

ข้อควรคำนึงถึงเกี่ยวกับโครงสร้างของอินเวอร์เตอร์
เพื่อเป็นแนวทางหลักสำหรับการพิจารณาว่าสวิตซ์ทางกลสามารถแทนได้ด้วยไทริสเตอร์ได้อย่างไรนั้น จะขออธิบายจากรูปที่ 3 โดยจะมาลองพิจารณาดูว่าจุดไหนบ้างที่ควรคำนึงถึง ซึ่งจุดที่คำนึงถึงเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการกำหนดโครงสร้างของอินเวอร์เตอร์
รูปที่ 3
รูปที่ 4
การหยุดนำกระแส
ในรูปที่ 3 นั้น ในระหว่างครึ่งไซเคิลบวกซึ่ง Th1 กำลังนำกระแสอยู่นั้น คาพาซิเตอร์ C'1 จะถูกชาร์จไว้ที่โวลเตจ E และจะมีกระแส i0 ไหลผ่านโหลดในขณะนี้ ถ้าให้ Th'1 นำกระแสในอันดับต่อไป e'c1 จะปรากฏคร่อม L'1 และอาศัยหลักการทำงานของหม้อแปลงแท็ป e'c1 = E จะปรากฏคร่อมขอลวด L1 ด้วย ดังนั้น Th1 จะได้รับรีเวิร์ส โวลเตจเท่ากับ -E ทำให้ Th1 OFF จะเห็นได้ว่าด้วยวิธีการที่ใช้นี้แม้ Th1 จะไม่สามารถหยุดการนำกระแสได้ด้วยตัวเองก็ตาม แต่อาศัยความช่วยเหลือของ L, C ก็สามารถหยุดการนำกระแสได้ เราเรียก C นี้ว่า คอมมิวเทติงคาพาซิเตอร์ เรียก L ว่า คอมมิวเตติงรีแอกเตอร์ และพลังงานที่ใช้เป็นตัวกลางสำหรับการคอมมิวเตตนี้ว่า คอมมิวเตติงเอนเนอร์ยี ซึ่งในกรณีนี้คือค่า CE2/2
รีเวิร์สไบแอส
1. ในรูปที่ 4 สำหรับกรณีที่กระแส i ไหลออกจากจุดกึ่งกลางระหว่าง C1 และ C'1 กระแสจำนวนนี้จะมาจากกระแสที่ไหลผ่าน C1 และ C'1 อย่างละครึ่งพอดี ทั้งนี้เพราะ E มีค่าคงที่ ส่วนที่เพิ่มขึ้นของโวลเตจ ec1 เท่านั้นที่จะต้องเท่ากับส่วนที่ลดลงของโวลเตจ e'c1
2. ในรูปที่ 3 ขณะที่ Th1 นำกระแส พลังงาน Li02/2 ของ L1 สำหรับกรณีที่ L1 และ L'1 มีการเชื่อมต่อกันอย่างดีแล้ว จะมีการเคลื่อนย้ายถ่ายเทไปสู่ L'1 ด้วยค่าคงที่เท่าเดิม นั่นคือ กระแสซึ่งไหลผ่าน Th1 จะย้ายไปสู่ Th'1 ในทันทีทันใดด้วยค่าจำนวนเท่าเดิม
3. โดยปกติช่วงเวลาระหว่างการคอมมิวเตท จะใช้เวลา 10 us ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก ในกรณีที่โหลดเป็นอินดัคทีฟถือว่ากระแส i0 ในช่วงเวลานี้มีค่าคงที่
กระแสไหลได้สองทิศทาง
เมื่อ e'c1 = 0 ได้ ec1 = E ทำให้ D'1 ON และ ic1 = i'c1 = 0 กระแสโหลด i0 จะไหลผ่าน D'1, D1 เพื่อเริ่มทำหน้าที่ป้อนกลับรีแอกทีฟเพาเวอร์ขณะมีโหลดกลับเข้าซัพพลาย ดังนั้นแม้ว่า Th'1 จะให้กระแสไหลได้เพียงทิศทางเดียวก็ตาม เมื่ออาศัย D'1 ด้วยแล้วก็สามารถให้กระแสไหลได้อีกทิศทางหนึ่งในช่วง ( ~ (+( ดังรูปที่ 5.1ข รวมเป็น 2 ทิศทาง
คอมมิวเทติงเอนเนอร์ยี
จากที่ได้กล่าวไว้แล้วจะเห็นได้ว่า พลังงานสำหรับ L'1 คือ
ขณะมีโหลด L'1i02/2 + CE2
ขณะไร้โหลด CE2
พลังงานส่วนนี้จะสูญเสียไปใน Th'1, D'1 ในรูปของความร้อน และ Th'1 จะนำกระแสไปเรื่อยๆ จนกว่าพลังงานสูญเสียนี้จะหมดไป ทันทีที่พลังงานส่วนนี้เป็น 0 Th'1 ก็จะ ON อีกครั้ง
จะเห็นได้ว่าในการแทนสวิตซ์ทางกลด้วยไทริสเตอร์นั้น จะเป็นต้องมีคอมมิวเตติงเอนเนอร์ยีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย สำหรับตัวอย่างที่กล่างนี้พลังงานดังกล่าวจำสูญเสียไปหมดในรูปความร้อน ในกรณีที่สามารถป้อนกลับพลังงานส่วนนี้กลับเข้าซัพพลาย ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ก็จะสูงขึ้น

การแบ่งชนิดของอินเวอร์เตอร์
อินเวอร์เตอร์มีชนิดต่างๆ ด้วยกันมากมายจนอาจหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น อินเวอร์เตอร์ที่ให้หม้อแปลงเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดจำนวนไทริสเตอร์หรืออินเวอร์เตอร์ซึ่งมี L ต่อแทรกซัพพลายเพื่อวัตถุประสงค์ของการทำให้กระแสที่ออกจากซัพพลายมีค่าคงที่ ในช่วงระหว่างการคอมมิวเทต (อินเวอร์เตอร์แบบกระแสคงที่) เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้ว เราอาจแบ่งชนิดของอินเวอร์เตอร์ออกตามคุณสมบัติหรือโครงสร้างของวงจรได้ดังนี้
1. แบ่งตามวิธีการป้อนพลังงานกลับเข้าซัพพลาย
1.1 Self Excite ( อนุกรม/ ขนาน )
1.2 Separatly Excite
2. แบ่งตามวิธีการซึ่งทำให้พลังงานคอมมิวเทติงหายไป
2.1 แบบป้อนกลับเข้าซัพพลาย
2.2 แบบไม่ป้อนกลับเข้าซัพพลาย
3. แบ่งตามคุณสมบัติของเอาท์พุท
3.1 พิจารณาจากลักษณะคลื่น
  • แบบสเแควร์เวฟ
  • แบบไซน์เวฟ
3.2 พิจารณาจากจำนวนเฟส
  • แบบ 1 เฟส
  • แบบ 3 เฟส
3.3 พิจารณาจากย่านความถี่
  • แบบความถี่ต่ำ
  • แบบความถี่สูง
3.4 พิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงความถี่
  • แบบความถี่คงที่
  • แบบความถี่ปรับเปลี่ยนได้
3.5 พิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงโวลเตจ
  • แบบโวลเตจคงที่
  • แบบปรับเปลี่ยนโวลเตจได้

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ทดสอบตู้ควบคุมอินดักชั่นมอเตอร์เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

การทดสอบ และทำตู้ควบคุม ระบบไฟฟ้าพลังงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลม, น้ำ,แสงอาทิตย์ ,ชีวมวล,เครื่องยนต์ต้นกำลัง หรือกระทั่ง turbine แบบต่างๆ ตู้ที่ใช้ในการจำหน่ายไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่าย ทั้ง 220 Volt,380 Volt,22 และ 33 KVolt หรือเรียกว่าตู้สำหรับขนานไฟ (paralleling)เพื่อทำการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้า (ขณะนี้กำลังทดสอบ 115 KVolt อยู่ครับ)
มาดูผลงานบางส่วนกัน
สำหรับโรงไฟฟ้าแต่ละแบบที่มีขึ้นในประเทศไทยนั้น การออกแบบ และติดตั้งตู้ควบคุม (control panal)ก็จะแตกต่าง แต่มีหลักการง่าย ๆ คือ ทำอย่างไรให้แรงดัน,ความถี่ ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีความเสถียรภาพ (stability) มากที่สุด เพื่อง่ายต่อการขนาน และจำหน่ายไฟฟ้าออกไป
ตัวอย่างเช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำนะครับ
ข้อมูลคร่าวๆ เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ใช้ turbine แบบ crow-flow เป็นตัวต้นกำลัง

รูปที่ 1 Inspection test ขั้วและสายไฟของ induction motor โดยหมุนด้วยความเร็วประมาณ 300 รอบ/นาที แล้วทดเกียร์เพิ่มอีกเป็น 1000 รอบ/นาที เพื่อทำการหมุน induction motor 160 KW แล้วจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ 22 KVolt โดย induction motor เป็น 3-phase 380 volt มีสองตัว (สลับกันเดิน)

รูปที่ 2 เป็นตู้ควบคุมและแสดงสภาวะการใช้งาน โดยบอกถึงสภาวะไฟฟ้าเข้าโรงไฟฟ้า (แผงบน)และสภาวะของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (induction motor)(แผงล่าง)และจะทำการเปลี่ยนใหม่เป็นระบบดิจิตอล ทั้ง protection,metering
รูปที่ 3 แสดงหม้อแปลง step-up 400/2200 volt ครับ
หลังจากทราบรายละเอียดคร่าวๆ แล้ว ก็ดำเนินการทำตู้ควบคุมกันเลย (หมายเหตุ การทำวงจรขึ้นมารองรับกับพลังงานแต่ละชนิดนั้น ในทางทฤษฏี สามารถคำนวณและsimulation ได้ไม่มากนัก ดังนั้นจึงทำการทดสอบที่หน้างานเลย)
รูปที่ 4 ค่อนข้างวุ่นวายกับสายไฟฟ้า และตัวอุปกรณ์ต่างๆ
รูปที่ 5 กำลังดำเนินการทดสอบ induction motor แบบเดินตัวเปล่าก่อน โดยหมุนด้วยความเร็ว 1000 รอบ/นาที
รูปที่ 6 เมื่อทดสอบเดินเครื่องผ่าน ก็ wiring สายไฟตามวงจรที่ออกแบบมา
รูปที่ 7 เมื่อตู้ควบคุม (control panal)เสร็จ พร้อมทดสอบขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ
รูปที่ เปิดประตูน้ำพร้อมสำหรับการหมุน induction motor
 รูปที่ เมื่อ turbine หมุน ก็ไปทดรอบเพื่อหมุน motor

รูปที่ 10 induction motor หมุนแล้ว พร้อมทำการวัดความเร็วรอบ

รูปที่11 เมื่อวัดความเร็วรอบ จะได้ประมาณ 999-1000รอบ/นาที
รูปที่ 12 จากรูปที่ เมื่อขนานเครื่องแล้ว ตัว induction motor สามารถหมุนด้วความเร็ว synchronous ก็กลายเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ให้กำลังไฟฟ้าออกมาทั้ง KW,KVar,current,power factor


รูปที่ 13 แสดงถึง กำลังทางไฟฟ้า ที่จ่ายออกไป 150 KW
รูปที่ 14 กระแสไฟฟ้าที่จ่ายออกมาเช่นกัน
รูปที่ 15 แสดงภาพการไหลของน้ำ เมื่อผ่านทำการปั่นไฟแล้วครับ 

การทดสอบขนานเครื่องดังกล่าว ทำการเดินเครื่องทั้งสองสลับกันถึง 6 เดือน เพื่อทดสอบการทำงานของระบบควบคุมต่างๆ  ครับ ไฟฟ้าพลังน้ำ size ดังกล่าว ขายไฟฟ้าได้หน่วยละ 2.7 บาท วันหนึ่งผลิตได้ประมาณ3600 หน่วย คิดเป็นเงินประมาณ 9720 บาท/วัน หรือได้ 291600 บาท/เดือนครับ
.............................................